วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขบวนการล้มพุทธในประเทศไทย

ขบวนการล้มพุทธ

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก
ล้มพุทธในไทยได้  ก็เหมือนตัดรากแก้วพระพุทธศาสนาของโลก**
แผนร้าย ขบวนการล้มพุทธในไทย

1. ทำลายศรัทธาต่อพระสงฆ์ 

    ด้วยการใส่ร้าย  ป้ายสี  ดูถูก  หมิ่นหยามต่อพระภิกษุสงฆ์ ผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

    นำเสนอข่าวไม่ดีของพระ  เมื่อมีข่าวไม่ดีของพระเพียงไม่กี่รูป  ก็นำเสนออย่างเอิกเกริก  แต่เมื่อพระอีกหลายแสนรูปทำความดี  ไม่นำเสนอข่าว

   ส่งคนมาปลอมบวช  เพียงไม่กี่ปีก็เป็นเจ้าอาวาส  แล้วสร้างเรื่องเสียหายให้เป็นข่าวรายวัน  ให้สังคมรู้สึกว่า พระสงฆ์ไม่ไหวแล้ว  มีแต่เรื่องเสียหาย
     ตัดต่อภาพพระสงฆ์โดยเฉพาะพระที่มีคนศรัทธามาก  ให้เป็นภาพเสียหาย แต่งตัวแปลกประหลาด  แต่งหน้าทาปาก  แล้วชักชวนให้แชร์ต่อๆ กันไป  เพื่อให้ชาวพุทธคุ้นชินกับการด่าพระ  มองพระเป็นตัวตลก

2.ทำลายศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อองค์กรปกครองสงฆ์
   อาศัยจุดอ่อนที่องค์กรสงฆ์ไม่เชี่ยวชาญในการใช้สื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่  สร้างกระแสผิดๆ ว่า  องค์กรปกครองสงฆ์เชื่องช้า ไม่มีประสิทธิภาพ  เต็มไปด้วยเส้นสาย  การติดสินบน ประนามหยามเหยียดผู้ปกครองสงฆ์ทุกระดับ  จนถึงผู้รักษาการสมเด็จพระสังฆราช 

ตีให้เจ็บ  ตีให้อาย  ตีให้น่วม  ตีให้ยอม  ตีให้อยู่  ตีให้สยบ  แล้วก็จะรื้อพรบ.สงฆ์ ให้ฆราวาสมาปกครองพระ  ยึดทรัพย์สินของพระและวัดให้ฆราวาสเข้าควบคุม  บีบให้พระอยู่ไม่ได้สึกออกไป  วัดจะร้าง  วัดร้างมากๆ ก็ยึดเอาไปทำมัสยิด  เหมือนที่เกิดขึ้นในภาคใต้

3. ทำลายองค์กรสงฆ์ที่เข้มแข็ง

องค์กรสงฆ์ที่เข้มแข็งในประเทศไทย คือ

3.1) วัดพระธรรมกาย 

    ใช้เล่ห์กล  ยัดข้อหาว่าไม่ใช่พุทธแท้  ทุกกิจกรรมที่วัดพระธรรมกายทำขึ้น  และจะมีผลต่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในไทยมาก อาทิ

- บวชพระครั้งละแสนรูป
- จัดตักบาตรพระคราวละมากๆ
- จัดเดินธุดงค์

ก็ยัดข้อหา ทำเพื่อหาเงิน ทำให้รถติด  โหมกระหน่ำทางสื่อให้สังคมมองเป็นภาพลบไปก่อน

ถ้าล้มวัดพระธรรมกายซึ่งเข้มแข็งที่สุดได้  วัดอื่นๆ ก็ไม่มีเหลือ

3.2) วัดป่าสายอีสาน 

เมื่อล้มธรรมกายได้  วัดป่า คือ เป้าหมายต่อไป 
ซึ่งมีการโจมตีชิมลางดูแล้ว 

เช่น เจิมศักดิ์จัดรายการตามหาแก่นธรรม .... ....ถามนำโจมตีหลวงตามหาบัว  ที่ประกาศตนเป็นพระอรหันต์  ว่า พระอรหันต์โกรธได้ไหม  ใช้คำหยาบได้ไหม  จับเงินทองได้ไหม .....อัฐิของพ่อแม่ครูอาจารย์สายวัดป่า  ที่ศิษยานุศิษย์เคารพศรัทธาว่ากลายเป็นแก้ว  เป็นพระธาตุ .... ก็จะโจมตีว่ายึดติดกับกระดูก   ผิดหลักพุทธ ไม่ปล่อยวาง.... พระอาจารย์มั่นนั่งสมาธิแล้วพบพระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์เสด็จมาเยี่ยม  ผิดหลักพุทธ

ถ้าล้มธรรมกายได้ (ก็จะกุเรื่องต่อ......) วัดป่าสายอีสานก็จะต้องเจอข้อหาอวดอุตริ  ไม่ใช่พุทธแท้  เพี้ยน  เป็นพุทธเทียม

3.3)  มหาวิทยาลัยสงฆ์ 

มีพระนิสิตนับหมื่นรูป  ช่วยพัฒนาคุณภาพของสงฆ์โดยรวมมาก  แต่ก็มีแผลมาก  แต่เรื่องพระนิสิตเป็นตุ๊ด  แต๋ว  กับเรื่องการเงิน ก็จะกลายเป็นมหากาพย์ฉาวโฉ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ไปเป็นปี 

ฝ่ายตรงข้ามเขาฉลาดในการยืมมือพุทธล้มพุทธ  เช่น  หลอกใช้ลูกศิษย์สายวัดป่าบางส่วน...โจมตีธรรมกาย  และเป็นการ󾫾ทำให้คนคุ้นชินกับการด่าพระไปในตัว
......เก็บธรรมกายได้ค่อยทำลายวัดป่าต่อ  ซึ่งก็จะล้มง่ายขึ้น  เพราะภาพลักษณ์พระและพุทธเสียไปแล้ว

ในอินเตอร์เน็ตเราไม่รู้ตัวตนจริงว่าเป็นพุทธหรือคนศาสนาอื่น  ถูกเขาเสี้ยมชี้นำให้พุทธตีกันเอง

4. ฝ่ายตรงข้ามเขาดำเนินแผนอย่างมียุทธศาสตร์ 
4.1) การปกป้องตัวเอง

       มีกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง  ทำให้สื่อกลัว  ไม่มีคอลัมนิสต์กล้าพูดหรือเขียนวิจารณ์มุสลิมแรงๆ  ...ถ้ามีใครกล้า  ก็ฆ่าตัดคอสักราย 2 ราย  ที่เหลือก็กลัวหัวหด  ....ให้ด่าพุทธได้อย่างเดียว  ห้ามด่ามุสลิม  แล้วมุสลิมอีกพวกก็ออกมาพูดว่า มุสลิมแปลว่าสันติ  เป็นศาสนาแห่งสันติ 

4.2)  การโจมตีทำลายพุทธ

         พื้นที่ไหนที่มุสลิมยังน้อย  ก็จะบอกว่า  ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี  ต้องเปิดกว้างมีเสรีภาพทางศาสนา  ให้สร้างมัสยิดได้แบบเสรี  แต่ที่ไหนมุสลิมมีมากขึ้น  ก็ฆ่าพระ เผาวัด  บีบชาวพุทธให้เปลี่ยนศาสนา

4.3) ส่งชาวมุสลิมเข้าไปอยู่ในองค์กรสำคัญ 

        คอยออกกฎหมาย  กฏระเบียบที่เอื้อต่อการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประเทศมุสลิม 

ยุทธศาสตร์ของขบวนการล้มพุทธนั้นลึกซื้งนัก  หากชาวพุทธไม่รู้เท่ากัน  บางคนอาจตกเป็นเครื่องมือของเขา  โจมตีทำลายพุทธด้วยกันเองโดยไม่รู้ตัว

อย่าประมาทคิดว่าเขาทำไม่สำเร็จหรอก  เพราะเขารุกคืบตามแผนสำเร็จมาตามลำดับ  จนสามารถด่าพระมหาเถระ จนถึงรักษาการสมเด็จพระสังฆราชกลางสภาออกทีวีไปทั่วประเทศแล้ว ...... รุกต่ออีกไม่กี่ก้าวก็กินพุทธหมดประเทศ.....

เราจะยอมให้พระพุทธศาสนาที่บรรพบุรุษไทยรักษาสืบทอดมาถึงเรากว่า 2 พันปี  สูญสลายไปในยุคเราหรือ

ทางรอดชาวพุทธ

ชาวพุทธต้องสามัคคีกัน
ไม่โจมตีกันเอง ไม่ไปเป็นด้ามมีดให้คนศาสนาอื่นใช้ทำลายพุทธด้วยกัน
ให้ความเคารพพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  ตั้งใจทำความดี  แล้วชวนคนเข้าวัดที่ตนชอบให้มากๆ จะทำให้พระพุทธศาสนามั่นคง  เจริญรุ่งเรือง  จนแผ่ขยายไปทั่วโลก

."""""อย่าเป็นคนโง่""""".....ที่ทําลายพุทธศาสนาที่พวกเรารักกันเอง...ด้วยตัวเอง...พวกเราหลายคนกําลังจะเป็นเครื่องมือของศาสนาอื่นให้ทําลายศาสนาพุทธ

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมกายมีผลต่อความมั่นคงหรือไม่

ธรรมกาย มีผลต่อความมั่นคงหรือไม่?
แชร์ทันทีเพื่อความกระจ่าง...ชัด

ในช่วงวันสองวัน ที่ผ่านมา มีคำถามว่า
“วัดพระธรรมกาย เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่”
เป็นคำถามยอดฮิต และเริ่มกระจายกันไปในวงกว้าง
ผมก็เลยต้องหาข้อมูล จากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร
หรือข้อมูลจากการ เข้าไปสอบถามคนในวัด

จากข้อมูลที่ได้มา ทำให้ผมพอจะประเมินได้ดังนี้

๑. ต่อความมั่นคง ของพระพุทธศาสนา
สำหรับข้อนี้ตอบได้ชัดเจนว่า
นอกจากจะไม่เป็นภัย ต่อพระพุทธศาสนา
แล้วในทางตรงกันข้าม วัดพระธรรมกาย กลับจะเป็นปราการ
อันแข็งแกร่ง ของพระพุทธศาสนา
จากการรุกราน อันไม่ชอบธรรมจากต่างศาสนา
ที่ไม่ ยึดหลักการเผยแผ่สากล ที่ชอบไปเบียดเบียน
ศาสนิกของศาสนาอื่น โดยใช้การบังคับให้เป็นพวก
หากไม่เป็นพวกก็ตาย นอกจากนี้วัดนี้ยังเข้าไป เป็นมือเป็นเท้า
สนองงานให้กับการคณะสงฆ์ ทั้งในและต่างประเทศ
รวมทั้งสิ่งที่วัดได้ทำประโยชน์ ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการช่วยเหลือ ในภัยพิบัติต่างๆ ทอดผ้าป่าใน
๔ จังหวัดภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง มากว่าสิบปี
ให้ทุนการศึกษามาอีกนับไม่ถ้วน
ที่สำคัญยังเป็นแหล่งผลิต พระภิกษุ สามเณร
ให้กับพระพุทธศาสนา ซึ่งปัจจุบันมีพระภิกษุ
สามเณรกว่า ๓,๐๐๐ รูป มีศูนย์สาขาอยู่ทั่วโลก
ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ไม่มีทางที่จะเป็นภัยต่อ
พระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน

๒. ต่อความมั่นคง ของประเทศชาติ
หากมองด้วยสายตา ที่เป็นธรรม จะเห็นได้ว่า
นอกจากวัดพระธรรมกาย จะไม่เป็นภัยต่อความมั่นคง
ของประเทศชาติแล้ว กลับจะทำให้ประเทศชาติ
มั่นคงด้วยซ้ำ เพราะวัดมีโครงการอบรม จริยธรรมสำหรับเยาวชน
เป็นการเตรียมคน ที่มีคุณธรรมให้กับสังคม
หากวันข้างหน้า เรามีคนที่มีคุณภาพ
นำหลักธรรมมาใช้ใ นการดำเนินชีวิต มาใช้ในที่ทำงาน
ในครอบครัว นั่นยิ่งจะ เป็นตัวชี้นำถึงความเข้มแข็ง
ของสังคมโดยมหัพภาค

๓.ต่อความมั่นคงของผู้ที่มีกิจการ ที่เกี่ยวข้องกับอบายมุข
สำหรับข้อนี้ก็ชัดเจนอีกเช่นเดียวกัน ว่า แน่นอน วัดพระธรรมกาย
คัดค้านการค้าเหล้า เบียร์ บุหรี่ จัดโครงการเทเหล้าเผาบุหรี่
ไปทั่วโลก รวมทั้งการเอานิสิต นักศึกษา มาอบรม
ให้เห็นภัยในสิ่งเหล่านี้ รวมทั้งให้นักศึกษา
ใช้เวลาในการปฏิบัติธรรม แทนที่จะไปเข้าผับ เข้าบาร์
จึงเป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่า กระทบกระเทือนความมั่นคง
(ทางการเงิน)ของผู้ประกอบการในเรื่องนี้

บทสรุป
หลายครั้งในประวัติศาสตร์ ที่เราสูญเสียสิ่งดี ๆ คนดีๆ
ไปเพราะขาด ข้อมูลที่สมบูรณ์หรืออาจจะด้วยอคติ
ทำให้ประเทศชาติต้องล้าหลัง
หรือหยุดอยู่กับที่ เราจะให้สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง
จึงจะสำนึก ขอให้มองวัดพระธรรมกายให้ดี
แล้วใช้เขาให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะ มองว่าเขาเป็นภัยดีกว่านะครับ

ปรัศนี

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

วันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว? / โดย   น อ
อนุดิษฐ์  นาครทรรพ

คอลัมน์ : โดนไป บ่นไป
ผู้เขียน : น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้การนำของ“บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แถลงข่าวผลการตรวจสอบรถโบราณที่จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งตามสมุดทะเบียนรถปรากฏชื่อท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จวัดปากน้ำหรือ “สมเด็จช่วง” เป็นผู้ครอบครอง โดยแถลงกล่าวหาว่าเป็นรถที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายข้อ

ผมติดตามข่าวนี้อย่างละเอียด เพราะโดยส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่างคล้ายกับการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองยังไงยังงั้น ถ้าพิจารณากันอย่างตรงไปตรงมาจะเห็นการสมคบคิดของกลุ่มคนดีกลุ่มเดิมที่เตรียมการล่วงหน้าและแบ่งหน้าที่กันมาเป็นอย่างดี ตัวละครที่ออกมาเล่นก็ล้วนเป็นนักแสดงหน้าเก่าทั้งสิ้น

การกระทำทั้งหมดมุ่งไปที่จุดเดียวกันคือ สร้างสถานการณ์บิดเบือนป้ายสีให้ประชาชนเชื่อว่า “สมเด็จช่วง” ต้องมลทินและมีความมัวหมอง โดยใช้เรื่องรถโบราณเป็นเครื่องมือในการสร้างข่าว พยายามใช้ตรรกะและความเชื่อมโยงแบบคลุมเครือเพื่อให้ดูเหมือนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายที่เกิดขึ้น ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นเพียงรถ หนึ่งในหลายพันหลายหมื่นอย่างที่ลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนถวายให้ท่าน และได้มอบให้ทางวัดนำไปตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์เหมือนของถวายมีค่าชิ้นอื่นๆ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังและผู้สนใจใช้ศึกษาหาความรู้กันต่อไป โดยไม่ได้เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย

ผมไม่ปฏิเสธหลักฐานต่างๆที่ดีเอสไอแถลง และอยากเห็นการดำเนินการเรื่องนี้จนถึงที่สุด แต่ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รวมถึงผมยังติดใจว่าทำไมดีเอสไอถึงเลือกเอารถโบราณวัดปากน้ำที่แจ้งยุติการใช้รถตลอดไปตามทะเบียนรถตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2556 เป็นเป้าหมายพิเศษในการตรวจสอบ ทั้งที่มีรถยนต์เข้าข่ายและยังวิ่งใช้งานอยู่ตามท้องถนนมากถึง 6,000 คัน

ผมติดใจการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางกลุ่มบางพวกที่ใช้คำศัพท์เรียกรถโบราณที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 ซึ่งมีอายุมากกว่า 60 ปีว่า “รถหรู” ทั้งที่รถหรูเป็นคำประสมหมายถึงรถยนต์นำเข้าที่มีราคาแพง มีรูปทรงเด่นเฉพาะ มีการผลิตจำนวนน้อยหรือผลิตตามสั่ง เครื่องยนต์มีกำลังแรง และที่สำคัญนำเข้ามาในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีสูงถึง 300% เพราะฉะนั้นการเลือกใช้คำว่า “หรู” จึงเป็นการใช้คำศัพท์ที่ผิดเพี้ยนจากข้อเท็จจริง ทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการจัดตั้งที่มีความประสงค์จะทำให้สาธารณชนส่วนใหญ่เกิดความเข้าใจผิด และทำให้ท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จต้องมีมลทินและถูกเกลียดชังจากประชาชนที่เสพข่าวที่ไม่ถูกต้อง

ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า หลังจากการนำเสนอข่าว ผมพบว่าในโลกโซเชียลมีคนจำนวนมากเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและสับสนข้อมูลที่ได้รับ บางคนถึงกับเข้าใจเลยเถิดไปว่าเป็นรถที่ใช้เป็นพาหนะประจำตัวด้วยซ้ำ และเมื่อมีการประโคมข่าวรถหรูอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางร้ายว่าท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จรู้เห็นกับการรับถวายที่ผิดกฎหมาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย

ผมนำเรื่องนี้มาบ่นให้ฟังเพราะคิดว่าเป็นอีกเรื่องที่ไม่มีความยุติธรรม ผมเห็นฆราวาสจำนวนมากเขียนถึงท่านเสียๆหายๆ บางคนถึงกับด่าว่าด้วยคำหยาบคาย บางคนบังอาจสั่งสอนท่านและกล่าวถึงท่านด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ วันนี้อะไรกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ทำไมคนเราถึงเห็นกงจักรเป็นดอกบัวได้มากขนาดนี้ ทั้งๆที่ความจริงเป็นเรื่องที่พิสูจน์ทราบกันได้ไม่ยาก

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์แห่งวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ บวชเรียนมาถึง 77 พรรษา และปีนี้ท่านมีอายุถึง 91 พรรษา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีในหมู่สงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วไปว่า ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาโดยตลอด และตลอดชีวิตที่อยู่ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ท่านเป็นผู้ให้มาโดยตลอด

ในวงการสงฆ์ต่างรู้ดีว่าสิ่งก่อสร้างกว่า 80% ในพุทธมณฑลนั้นถูกดำเนินการจนสำเร็จเพราะการสนับสนุนของท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จได้บริจาคปัจจัยสมทบทุนต่างๆในบวรพุทธศาสนามากมาย ใครจะมาขอหรือไม่ ท่านก็มีแต่ความยินดีที่จะให้โดยไม่เลือกว่าเป็นใคร ดังนั้น วัดวาอารามต่างๆทั้งในและต่างประเทศจึงคุ้นเคยกับการให้ของท่านเป็นอย่างดี นอกจากนั้นท่านยังบริจาคปัจจัยเพื่อนำไปสมทบทุนก่อสร้างโรงเรียน โรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ สิ่งที่ท่านมอบให้กับสังคมมีมากมายและเป็นที่ประจักษ์ แม้ท่านจะมีลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนที่บริจาคสิ่งของและปัจจัยอย่างมากมาย ท่านไม่เคยคิดที่จะเก็บไว้เป็นของส่วนตัว แต่นำกลับไปทำนุบำรุงศาสนาตามคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และไม่ลืมที่จะให้ทานกลับมาให้ทางโลกด้วยเช่นกัน

ท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จปฏิบัติศาสนกิจแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมาโดยตลอด นอกจากการให้ทานแล้วยังให้ความรู้แก่สงฆ์และฆราวาสมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสมณศักดิ์ของท่านจะสูงขึ้นเท่าไรก็ตาม แต่วัตรปฏิบัติของท่านก็ไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งเป็นที่รับรู้ในวงการสงฆ์โดยทั่วไป

ดังนั้น จากจริยวัตรที่งดงามและท่านยังเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่มีสมณศักดิ์สูงสุด กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปจึงมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอชื่อท่านให้ขึ้นดำรงตำแหน่งพระสังฆราชองค์ต่อไปของกรุงรัตนโกสินทร์ มติของมหาเถรสมาคมเป็นเอกฉันท์ทั้งมหานิกายและธรรมยุตเช่นนี้ ย่อมยืนยันให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศได้มั่นใจว่าในสังฆมณฑลของเราไม่มีความแตกแยกแต่อย่างใด

ผมมั่นใจว่าท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จให้อภัยกับกลุ่มบุคคลที่สมคบคิดและป้ายสีท่านเพื่อให้ผู้มีอำนาจใช้เป็นข้ออ้างที่จะชะลอการเสนอชื่อท่าน แต่ผมอยากจะเตือนกลุ่มบุคคลและผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทุกคนด้วยจิตที่เป็นกุศลว่า วิธีการที่ท่านสมคบคิดกันเพื่อขัดขวางไม่ให้มีการตั้งสังฆราชครั้งนี้เป็นบาปใหญ่จริงๆ และผมเชื่อว่าคงอยู่ทันได้เห็นผลลัพธ์การสร้างบาปใหญ่ครั้งนี้อย่างแน่นอน

http://www.lokwannee.com/web2013/?p=204510
      อาสาหาข่าว
        25/2/59

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คำทำนาย

นึกแล้วน่าใจหาย
คำพยากรณ์.......... (?!)
ของหลวงปู่สังวาลย์ เขมโก
ท่านสนทนากับ..............
หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ไว้ว่า

สัญญาณเตือนภัยก่อนที่ภัยพิบัติใหญ่จะมาคือ เราจะเห็นพระสงฆ์ทะเลาะกันวุ่นวายไปหมด

จากนั้นจะเกิดน้ำท่วมใหญ่คนตายเป็นเบือที่ภาคใต้..........
แต่ไม่เท่ากรุงเทพ .....

เพราะจากนั้นไม่นานจะมีคลื่นยักษ์ซัดมาจากฝั่งตะวันออก มาทีเดียวน้ำจะท่วมเสาไฟฟ้า

สมัยที่หลวงพ่อสนอง กตปุญโญท่านยังอยู่ ท่านก็ย้ำคำของหลวงปู่สังวาลย์ไว้ดังนี้ครับ

"เหลืออีกสองอย่าง ที่ยังไม่จริง ยังไม่ถึง
ศึกพระ กับ น้ำท่วมกรุงเทพ

คนจะตายกันเยอะ ตายมากกว่าคราวนี้
ท่านไม่บอกปีนะ ท่านเตือน บอกให้ระวังตัว

เตือนเราว่า ให้ดูฝนตก 7 วัน 7 คืน
ฟ้ามืด ไฟจะดับหมด สงสัยจะมีพายุอย่างแรง ไฟฟ้าสงสัยจะดับหมด

"หลวงปู่สังวาลย์พูดให้ฟังว่า
…สนอง…ไม่ช้าพวกเราก็ตายแล้ว
แต่โลกนี้จะเดือดร้อน

แต่ถ้าเราอยู่ถึงก็จะเห็นภัย 3 อย่าง

"น้ำจะท่วมภาคใต้ ฝั่งตะวันตกตายกันเยอะ เป็นครั้งที่ 1

แต่ก็ตายไม่มากเท่าน้ำท่วมกรุงเทพ
กรุงเทพนี่ น้ำท่วมมาก ท่วมตึก 4 ชั้นเลย"

สนอง…เตรียมน้ำมันรถไว้ให้ดีนะ
เตรียมรถให้ดี อย่าใช้ รถเก่านะ

"ถ้าน้ำท่วมกรุงเทพเนี่ยะ ฝนจะตก 7 วัน 7 คืน ฟ้าจะมืดหมด

ไม่มีแสงอาทิตย์ แสงตะวัน แล้วไฟดับหมด เงินไม่มีค่า เงินไม่มีความหมาย

เอาข้าวตากไว้ดีกว่า ตอน 7 วัน 7 คืน"....

….ท่านบอกเรา (หลวงพ่อสนอง)
ที่วัดอีกครั้งหนึ่งว่า เวลาฝนตก 7 วัน 7 คืน ถ้าน้ำท่วมมาถึงชลบุรีโกยเลยนะ
ไปโน้นเลย สระบุรีไปเขาใหญ่เลย
จะไม่ตาย…

เราจะโกยไปทำไมคนเดียวล่ะ
คลื่นยักษ์มาถึง ชลบุรีท่วมภูเขามาเลย
ท่วมไปถึงวัดทุ่งสามัคคีธรรมน่ะ

วัดทุ่งนี่เรานั่งพื้นน้ำเปียกหัวเรือเลยนะ
น้ำไปสุดนครสวรรค์…
เราบวชมานานเชื่อเราสิ (?!)

...."แล้วก็จะเกิดสงครามพระ....
สงครามพระไฟจะลุกทุกหย่อมหญ้าเลย"

สงครามพระจะเกิด เชื่อเราไหม เราทำกรรมฐานมานาน

(ก็ยังไม่เห็น เชื่อก็ไม่ได้ จะไม่เชื่อก็ไม่ได้ นั่งเฉยไว้ก่อน)

ท่านบอกว่า.........
มันเป็นกรรมของคนไทย (?!)

คำทำนายโลก
ไม่เชื่อแต่อย่าประมาท/***

ความดีและศีลธรรมค้ำจุลโลกครับ

ลองอ่านดูครับ เชื่อ ไม่เชื่อเป็นอีกเรื่องครับ มีคนส่งมาให้อ่าน

1. เศรษกิจทั้งโลก กำลังจะล้ม ยิ่งกว่าปีที่ฟองสบู่แตก ปลายปีนี้ ใครที่จะมีโครงการ เป็นหนี้ระยะยาว ให้หยุดก่อน!

2. น้ำจะท่วมมาก ในรอบ100ปี จนเรียกว่า ตก 7วัน7คืน กำลังจะมา ใครที่บ้านอยู่ต่ำกว่าสระบุรี ให้ระวัง!

3. สมณะชีพราหมณ์ จะทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่อยากพูดมาก เดี๋ยวบาป เริ่มแล้ว !

4. สงครามใหญ่ (WW3)กำลังจะเกิด ไม่เกิน 17 กค. 2559

ใครอยู่นอกประเทศ มีสิทธิ์หมดโอกาส กลับมาสุวรรณภูมิ!

ไทยดูจะปลอดภัยที่สุด
5. ปลายปีจะเกิด Ice ace คือหนาวสุดในรอบ 1000ปี

อาจจะเห็นการอพยพใหญ่ ของมนุษย์อีกคราหนึ่ง (?!)

6. พระอาทิตย์ดวงที่2 จะเริ่มปรากฏให้เห็น ด้วยตาเปล่า

เป็นตัวบ่งบอกถึง การเริ่มเปลี่ยนยุค จากถิ่นกาขาว เป็นชาวศิวิไลย์

ใครที่มีศีล5 ไม่ครบ มีสิทธิ์ตายแบบแปลกๆ เพราะเริ่มมีการคัดคน

7. ความเจริญทางวัตถุ เริ่มมาถึงจุดสูงสุด

เเต่ศีลธรรม เสื่อมสุด ภัยจากดินน้ำลมไฟ ก็จะมากขึ้น
เพื่อคัดคน ให้เหลือ30%ตามพุทธทำนาย (?!)

ใครศีล5 ไม่ครบ มีสิทธิ์เป็น โอปาติกะอีกนาน (??)

ยัดเงินใต้โต๊ะไม่ได้ด้วย เพราะเทวดาไม่รับสินบน ท่านจะเลือกเอง (??)

8. การเปลี่ยนแปลงของโลก จะเกิดตั้งแต่ปลายปีนี้ จนถึง2562

สติๆๆๆๆๆ + บุญ ............

ประกอบกับ ศีลธรรมเท่านั้น
ที่จะพาท่านรอด

ขอให้บุญรักษา